29.9 C
Thailand
วันอังคาร, เมษายน 14, 2026

สถานทูตอิหร่านประจำไทยออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ชี้แจงถึงการรุกรานโดยสหรัฐฯ-อิสราเอล

ยอดนิยม

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ดร. นัสเซเรดดิน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำราชอาณาจักรไทย ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน ชี้แจงถึงการรุกรานโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง พร้อมประกาศว่า ณ ขณะนี้อิหร่านอยู่ในสภาวะ สงครามเต็มรูปแบบ(State of All-Out War) แล้ว

เหตุการณ์รุกรานระลอกใหม่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เป็นปฏิบัติการที่ปราศจากความชอบธรรมใดๆ ทางกฎหมาย ฝ่ายอิหร่านระบุว่านี่คือการละเมิดมาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง และยังเป็นการจู่โจมโดยตรงต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งในเรื่องการห้ามใช้กำลัง ความเท่าเทียมทางอธิปไตย และสิทธิในการคุ้มกันของประมุขแห่งรัฐ (Inviolability and Immunity of Heads of State)

ประเด็นที่ร้ายแรงที่สุดในแถลงการณ์ คือ เจตนาของฝ่ายโจมตีที่มุ่งเป้าไปยัง อยาตุลลอฮ์ เซเยด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งดำรงฐานะเป็นทั้งประมุขแห่งรัฐที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสากล และดำรงตำแหน่งผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวมุสลิมหลายสิบล้านคนทั่วโลก แถลงการณ์เตือนว่าการกระทำเช่นนี้เปรียบเสมือนการเปิดกล่องแพนโดร่า (Pandora’s Box) ที่จะกัดกร่อนรากฐานความเสถียรภาพระหว่างประเทศอย่างถาวร

แถลงการณ์ระบุถึงสถานการณ์ความสูญเสียในภาคพลเรือนที่ทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่วันแรกของการรุกรานที่มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารที่พักอาศัย โดยเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือการโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมีนาบ (Minab) จังหวัดฮอร์โมซกัน ส่งผลให้นักเรียนหญิงเสียชีวิตถึง 165 ในวันเดียวกันนั้นยังมีการโจมตีอีกหลายจุด ทั้งบริเวณทางออกตะวันออกของกรุงเตหะรานและเมืองเอบแย็ก (Abyek) ในจังหวัดกัซวีน ส่งผลให้มีนักเรียนเสียชีวิตเพิ่ม ต่อมาในวันที่ 1 มีนาคม 2569 เป้าหมายถูกขยายไปยังอาคารของสภาเสี้ยววงเดือนแดง (Red Crescent) และโรงพยาบาลในเตหะราน อาห์วาซ และเมืองอื่นๆ ก่อนที่ในช่วงวันที่ 2–3 มีนาคม 2569 จะมีการยิงขีปนาวุธเข้าใส่ในจังหวัดคูลิสถาน (Kurdistan Province) ทางตะวันตก ฝ่ายอิหร่านระบุว่าการกระทำที่มุงเป้าต่อพลเรือนเช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งล้วนละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อย่างสิ้นเชิง พร้อมเรียกร้องให้สหประชาชาติเร่งสืบสวนและนำตัวผู้รับผิดชอบมาลงโทษ

แถลงการณ์ยังเปิดโปงสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า ปฏิบัติการหลอกลวง (Deceptive Operation) โดยชี้ว่าการรุกรานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการตัดสินใจเปิดฉากโจมตีถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงที่นายเนทันยาฮู นักการทูตชาวอิสราเอล ได้เดินทางมาเยือนสหรัฐฯ แม้อิหร่านจะยังคงเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วยความสุจริตใจก็ตาม นอกจากนี้ยังวิพากษ์นโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First) ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าในความเป็นจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นว่าวอชิงตันให้ความสำคัญกับอิสราเอลเหนือกว่าชีวิตทหารอเมริกัน ทั้งที่อิหร่านไม่เคยเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ในส่วนของจุดยืนอิหร่าน แม้จะตระหนักดีถึงเจตนาที่ซ่อนเร้นมาตลอด แต่ฝ่ายเตหะรานยืนยันว่าจะเลือกเข้าสู่กระบวนการทางการทูตเพื่อทำหน้าที่ต่อประชาคมโลก รวมทั้งเพื่อพิสูจน์ว่าอิหร่านไม่มีความทะเยอทะยานด้านอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อตัดข้ออ้างที่ฝ่ายตรงข้ามอาจนำมาใช้เป็นเหตุผลรุกรานต่อไป

บัดนี้เมื่อสงครามได้ปะทุขึ้นจริงและมีปฏิบัติการมุ่งลอบสังหารผู้นำสูงสุดของประเทศ อิหร่านประกาศว่าตนอยู่ใน “สภาวะสงครามเต็มรูปแบบ” และมีสิทธิ์โดยชอบธรรมตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพของดินแดน และประชาชนของตน ด้วยพละกำลังและความมุ่งมั่นเต็มที่จนกว่าการรุกรานจะสิ้นสุด

ภายหลังการแถลงการณ์ สื่อมวลชนได้ซักถาม ดร.ไฮดารี ในประเด็นต่างๆ เพิ่มเติม หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์ที่ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 เหตุก่อการณ์ร้ายรถบรรทุก 6 ล้อบรรจุวัตถุระเบิดถูกพบในกรุงเทพฯและถูกระบุว่าอาจมุ้งเป้าโจมตีสถานทูตอิสราเอล โดยสื่อมวลชนสอบถามสถานทูตว่าจะสามารถรับรองได้หรือไม่ ว่าชาวอิหร่านในไทยจะไม่ก่อเหตุในลักษณะนี้อีก ดร.ไฮดารี ชี้แจงว่าตนไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตนไม่ได้ประจำอยู่ในไทยขณะนั้น อย่างไรก็ดี ตลอด 2 ปีที่ ดร.ไฮดารี รับตำแหน่งก็ไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้แม้แต่ครั้งเดียว ท่านขอไม่ออกคำรับรองอย่างเป็นทางการ แต่ขอให้สาธารณชนมั่นใจได้ว่าชาวอิหร่านไม่มีเจตนาโจมตีสถานทูตใด พร้อมเน้นย้ำว่าในอิหร่านมีชาวยิว ชาวคริสเตียน และโซโรแอสเตรียนอาศัยร่วมกันมาหลายชั่วอายุคน เพราะความขัดแย้งที่แท้จริงนั้นอยู่ที่นโยบายของรัฐบาลอิสราเอล ไม่ใช่ที่ชาวยิวโดยรวม

สื่อยังสอบถามถึงกลไกตามรัฐธรรมนูญอิหร่านในกรณีที่ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต และตั้งคำถามถึงรายงานข่าวที่ว่าบุตรชายของคาเมเนอีได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดอำนาจแล้ว ทางด้านดร.ไฮดารี อธิบายว่ารัฐธรรมนูญได้วางกลไกรองรับสถานการณ์นี้ไว้ชัดเจน โดยจะมีสภาประกอบด้วย ประธานาธิบดี ประธานฝ่ายตุลาการ และสมาชิกหนึ่งคนจากสภาผู้พิทักษ์ บริหารประเทศชั่วคราวจนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญจะเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้ ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกับที่เคยใช้คัดเลือกอายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ภายหลังการจากไปของอิหม่าม โคมัยนี สำหรับเรื่องบุตรชายนั้น แม้จะมีข่าวลือแพร่สะพัดอย่างกว้างขวาง แต่ ยังไม่มีการประกาศหรือตัดสินใจอย่างเป็นทางการออกมา

เมื่อผู้สื่อข่าวรายหนึ่งถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุกราดยิงขึ้นในไทย ซึ่งมีลักษณะเดียวกับที่รัฐเท็กซัส โดยเฉพาะในบริเวณที่มีชาวอิสราเอลรวมกัน ดร.ไฮดารี ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าอิหร่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเท็กซัสแต่อย่างใด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารูปแบบการกล่าวโทษอิหร่านโดยไร้หลักฐานนี้ดำเนินมาต่อเนื่องกว่า 30 ปีแล้ว ก่อนชี้ว่าในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านเดินทางมาเยือนไทยกว่า 71,000 คน ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประชาชาติได้ดีที่สุด

เมื่อถูกถามถึงทิศทางการยุติความขัดแย้ง ดร.ไฮดารี ย้ำชัดว่าอิหร่านไม่เคยต้องการสงคราม แต่ถูกบีบบังคับให้เผชิญกับสถานการณ์นี้ คำตอบนั้นเรียบง่าย คือสงครามจะสิ้นสุดลงทันทีที่ฝ่ายรุกรานหยุดโจมตี ประชาชนอิหร่านได้รับบาดแผลมาเพียงพอแล้ว และไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อออกไป ทว่าตราบใดที่การรุกรานยังดำเนินอยู่ อิหร่านก็มีสิทธิ์เต็มที่ภายใต้มาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ที่จะปกป้องแผ่นดินของตนด้วยทุกวิถีทาง

ในช่วงท้าย ดร.ไฮดารี เปิดเผยว่าขณะนี้มีชาวอิหร่านราว 160 คน รวมถึงสตรีและเด็ก ยังคงติดค้างอยู่ในไทยหลังสายการบิน Mahan Air ปิดเส้นทางกรุงเทพฯ–เตหะราน นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เที่ยวบินสุดท้ายออกเดินทางไปในคืนวันศุกร์ก่อนสงครามจะเริ่ม ในสงคราม 12 วันก่อนหน้านี้ สถานทูตสามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากฝ่ายไทย แต่ครั้งนี้สถานการณ์หนักหน่วงกว่าเดิมมาก ดร. ไฮดารีจึงกล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่ขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย โดยเสนอแนวทางว่าอาจพาชาวอิหร่านบางส่วนไปส่งที่ชายแดนตุรกี ในเที่ยวบินเดียวกับที่ไทยใช้รับคนไทยกลับบ้าน พร้อมทิ้งท้ายสื่อถามว่ามีสิ่งใดจะฝากถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และอิสราเอลในกรุงเทพฯ บ้าง ดร.ไฮดารีตอบเพียงสั้นๆว่า ”อิหร่านไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั้งสองประเทศ หากจะมีการสื่อสารใดๆ ต้องเป็นช่องทางทางการจากกรุงเตหะราน ไม่ใช่ผ่านตัวท่านในฐานะเอกอัครราชทูต” ก่อนจะปิดการแถลงข่าว

- Advertisement -spot_img

More articles

Leave a Reply

- Advertisement -spot_img

บทความล่าสุด

Discover more from พรีเมี่ยมนิวส์

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading