เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ “เพื่อไทยพร้อม ประเทศไทยพร้อม” โดยมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 500 คน ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ และเพื่อประกาศความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำหลักพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ “ยกเครื่องประเทศไทย”

นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวปราศรัยเน้นย้ำมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อนำพาประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง พร้อมชู “3 เสาหลัก” โดยมี
“เสาเศรษฐกิจ” ที่ตั้งเป้า GDP ไทย เติบโตไม่น้อยกว่า 5% ภายใน 4 ปี “เสาความมั่นคง” ที่ครอบคลุมทั้งมิติทางทหาร ทางไซเบอร์ และสิ่งแวดล้อม “เสานิติรัฐนิติธรรม” เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของไทยในสายตาประชาคมโลก
นายจุลพันธ์ได้นำเสนอนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ผ่านการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% พร้อมมาตรการพักหนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ การลดภาระค่าครองชีพ ด้วยการควบคุมค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยลดต้นทุนทั้งภาคประชาชนและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของสังคม ด้วยการปราบปรามยาเสพติด การจัดการมิจฉาชีพออนไลน์อย่างจริงจัง โดยพรรคเสนอให้มีการตั้งกองทุนคืนเงินแก่ผู้ถูกหลอกลวง กำหนดให้ธนาคารรวมถึงผู้ประกอบการโทรคมนาคมต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
ในด้านของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ประกาศความพร้อมสูงสุดในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 “ในฐานะคนทำงานการเมืองมา 25 ปี วันนี้ผมมายืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคเพื่อไทย เราพร้อมมากที่สุดตั้งแต่เคยทำการเลือกตั้งมา” นายสุริยะกล่าว
นายสุริยะ อธิบายจุดแข็งการบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ตั้งแต่เตรียมความพร้อมผู้สมัครอย่างเข้มข้นภายใต้ “DNA เพื่อไทย” ที่เน้นการลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหา และนำมาแก้ไขได้จริง พร้อมยกระดับการหาเสียงสู่ยุคใหม่ที่เน้นการใช้ข้อมูล (Data) และการสื่อสารที่รวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ ครั้งนี้คือการทำงานที่ยืดหยุ่นตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่การใช้แผนเดียวทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการ วางระบบหลังบ้านที่รัดกุม ทั้งการทำโพลประเมินผลต่อเนื่องและการมีทีมกฎหมายที่ดูแลทุกขั้นตอนให้โปร่งใส นายสุริยะมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถคว้าที่นั่งในสภาได้ ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง เพื่อเป็นแกนนำหลักในการกำหนดทิศทางและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน
และปิดท้าย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นิยามการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น “วันแห่งความหวังของประชาชน”
ศ.ดร.ยศชนัน ได้สรุปทิศทางการดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยโดยแบ่งออกเป็น 4 เรื่องหลักดังนี้ “การขับเคลื่อนรากฐาน” ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพื่อให้คนจนไม่กลับมาเป็นหนี้ “ส่งเสริมเศรษฐกิจเดิม” เพิ่มประสิทธิภาพด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การนำ AI เข้ามาใช้กับเครื่องจักรอุปกรณ์ รวมถึงภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ต้องนำ AI มาช่วยเรื่องความปลอดภัยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว “สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ขยายโอกาสในทุกมิติ เช่น เกษตรมูลค่าสูง, สมุนไพร, อาหารทางการแพทย์ และ “การสร้างความเชื่อมั่น” ภายใต้หลักนิติธรรม การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และสแกมเมอร์
ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ภารกิจนี้จะสำเร็จได้ด้วยการรวมพลังระหว่าง ผู้มากประสบการณ์ จากยุคไทยรักไทยและเพื่อไทย ร่วมกับ “สายเลือดใหม่” ที่พร้อมทำงานร่วมกัน ช่วยให้มองเห็นความหวังและอนาคตของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น




รูปภาพจาก : ทีมงาน ปิยะพงษ์ เหมะ




