การนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะและเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่ผันผวนที่สุดในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย นอกเหนือจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วประชาชนต้องลงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกัน แต่สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่เพียงแค่การลงพื้นที่ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่คือปรากฏการณ์ที่ย้อนแย้งทางการเมือง จากข้อมูลตลาดคาดการณ์อนาคตอย่าง Polymarket ที่สะท้อนภาพการเมืองไทยในมุมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 มกราคม 2569 การพยากรณ์ “ผู้ชนะการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติของประเทศไทย” (Thailand Legislative Election Winner) จาก Polymarket ระบุว่านักลงทุนทั่วโลกมีความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาชน โดยให้โอกาสชนะในสนามเลือกตั้ง สูงถึง 66% ทิ้งห่าง พรรคภูมิใจไทย ที่ตามมาเป็นอันดับสองที่ 33% ตัวเลขนี้สอดคล้องกับผลสำรวจจาก Thai PBS ให้ความเชื่อมั่นพรรคประชาชนสูงถึง 60.34% ขณะที่โพลคนเชียงใหม่จากนิด้าโพล ก็ยกให้พรรคประชาชนนำมาเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน

แต่เมื่อขยับมาดูกระดานพยากรณ์ “นายกรัฐมนตรีคนต่อไป” (Next Prime Minister of Thailand) ภาพที่ปรากฏกลับสลับด้านกันอย่างสิ้นเชิง โดยให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปสูงถึง 75%
ในขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนกลับมีโอกาสตามมาในระยะห่างที่ 19% เท่านั้น

ความย้อนแย้งที่ปรากฏในครั้งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงอุปสรรคในกติกาการเมืองไทยที่ถึงแม้ว่าตลาดจะประเมินให้นายณัฐพงษ์ ผู้นำจากพรรคประชาชนมีโอกาสชนะการเลือกตั้งสูง แต่อาจต้องเจออุปสรรคใหญ่จากการจัดตั้งรัฐบาลหรือการรวมเสียงในสภา เนื่องจากนายอนุทินมีความได้เปรียบในฐานะผู้ที่ได้รับการยอมรับจากขั้วอำนาจเดิม ผนวกกับความได้เปรียบในการกุมกลไกรัฐในฐานะนายกฯ รักษาการ
ความเชื่อมั่นที่โลกมีต่อ Polymarket จนนำมาสู่บทวิเคราะห์ที่ขัดกับกระแสนิยมเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มาจากกลไกที่เรียกว่า “Skin in the Game” หรือการที่ผู้เล่นต้องวางเดิมพันด้วยเงินจริง ซึ่งบีบให้ทุกคนต้องสลัดความลำเอียงส่วนตัวทิ้งไป แล้วมองหาความเป็นไปได้ที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ตลาดพยากรณ์นี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน ”เครื่องจักรกลั่นกรองความจริง” ที่รวบรวมข้อมูลจากคนวงในและนักวิเคราะห์ทั่วโลกมาประมวลผลแบบนาทีต่อนาที อีกทั้งประสบการณ์จากการวิเคราะห์ผลประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการเลือกตั้งปี 2024 ได้ทำนายผลชนะของ Donald Trump สิ่งนี้ทำให้ Polymarket กลายเป็นดัชนีชี้วัดที่ทรงอิทธิพล

ตัวเลขจาก Polymarket ยืนยันแล้วว่าในสนามการเมืองไทยระหว่าง ความนิยม กับ ความเป็นจริง นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตลาดพยากรณ์กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “พรรคประชาชนอาจชนะใจคนทั้งประเทศ แต่พรรคภูมิใจไทยคือผู้ที่กุมชัยชนะในเกมจัดตั้งรัฐบาล”




