เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาไทย นำโดย ดร.บุญยงค์ จันทร์แสง หัวหน้าพรรค ได้ให้เกียรติสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ชูนโยบาย “ชูธงคนสูงวัย หนุนคนรุ่นใหม่” มุ่งเป้าขจัดปัญหาความยากจนและการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเสนอแนวคิดสร้างกำแพงชายแดนแก้พิพาทไทย-กัมพูชาอย่างเบ็ดเสร็จ

ดร.บุญยงค์ จันทร์แสง เปิดเผยว่า พรรคประชาไทยเป็นพรรคการเมืองที่เกิดจากประชาชนทุกภาคส่วน และประกาศตัวเป็น “พรรคสีขาว” ที่มีนโยบายต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการต่อต้านทุนเทาและสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ยังย้ำจุดยืนคัดค้านการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งถือเป็นรากเหง้าของปัญหาการเมืองไทย
“เราต้องการได้พรรคการเมืองสีขาว พรรคการเมืองที่บริสุทธิ์ ที่ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง เข้ามาดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในรัฐสภา… อยากให้พี่น้องพิจารณาพรรคใหม่ๆ คนใหม่ๆ แนวทางใหม่ๆ เพื่อจะได้รับสิ่งใหม่ๆ เข้าสู่ชีวิตอย่างมั่นคง” หัวหน้าพรรคประชาไทยกล่าว
สำหรับนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง ดร.บุญยงค์ ระบุว่าพรรคเตรียมผลักดันการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็น 3,000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า โดยคำนวณจากเส้นความยากจนของประเทศไทย ซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็นงวดทุก 10 วัน (งวดละ 1,000 บาท) เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุกว่า 14 ล้านคนมีสภาพคล่องในการใช้ชีวิตมากขึ้น พร้อมยืนยันว่านโยบายนี้สามารถทำได้จริงผ่านการร่างพระราชบัญญัติสวัสดิการผู้สูงอายุที่ทางพรรคเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

ในด้านความมั่นคงและข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ดร.บุญยงค์ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเสนอให้มีการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและการค้าผิดกฎหมาย โดยระบุว่า
“ท่านดูเยอรมันตะวันออกกับเยอรมันตะวันตกสมัยก่อนเขาตั้งกำแพงเบอร์ลินไว้เลยเห็นไหมครับ… ผมเป็นรัฐบาล ผมจะตั้งกำแพงแบบกำแพงเบอร์ลินระหว่างชายแดนไทยกัมพูชาเต็มรูปแบบและเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปัญหาชายแดนไม่ให้มี เรื่องการค้าการข้ามแดนผิดกฎหมายไม่ให้มีเลย ถ้าคุยกันได้เจรจากันได้ไม่ว่าระดับทวิภาคีหรือพหุภาคีแล้วค่อยมาเจรจากัน แล้วจะทุบกำแพงออกทีหลังค่อยว่ากัน แต่ในขณะนี้ถ้าเป็นไปได้ตั้งกำแพงเลยครับ”
ดร.บุญยงค์ ย้ำทิ้งท้ายว่าพรรคประชาไทยต้องการแก้ปัญหาแบบให้พี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งสามารถค้าขายและมีเศรษฐกิจชายแดนที่ดีขึ้น โดยเน้นการเจรจาและไม่ใช้สงครามแบบสุดโต่ง แต่ต้องมีความชัดเจนในเรื่องพื้นที่เป็นสำคัญ
เนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก (3 กุมภาพันธ์) พรรคประชาไทยได้ให้ความสำคัญกับบุคลากรด้านความมั่นคง โดยมี พันโทกมล ปานาค อดีตนักรบพิเศษพลร่มป่าหวาย ในฐานะสมาชิกพรรค ร่วมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมย้ำเตือนถึงความเสียสละของเหล่านักรบที่ปกป้องแผ่นดินไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
พรรคประชาไทย เบอร์ 47 ยืนยันความพร้อมในการส่งผู้สมัครคุณภาพ ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดยมั่นใจว่าแนวคิด “คนใหม่ นโยบายใหม่” จะได้รับการตอบรับจากประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้อย่างแน่นอน





