สส.สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ครูทิน’ ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ผู้สื่อข่าว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด 21 กันยายน พร้อมเปิดเผยนโยบายสำคัญเพื่อช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า ทั้งเรื่องเบี้ยบำนาญ การปฏิรูประบบการจ่ายเงินเดือน การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองระดับหมู่บ้าน พร้อมฝากข้อเสนอถึง กกต. เรื่องการใช้บัตรเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์
สส.สุรทิน เผยว่าในวันเกิดปีนี้เลือกทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดาที่ล่วงลับ โดยไม่ได้แจ้งให้ใครทราบล่วงหน้า แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็เพิ่งได้รับทราบในเช้าวันเดียวกัน พร้อมระบุว่าได้รับคำอวยพรจากพลเอกเจ้ายอดศึก ตั้งแต่เช้า ก่อนจะเล่าเรื่องที่สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ว่า แม้แต่ช่วงเช้าของวันเกิดก็ยังมี อบต. นำถังน้ำมันมาขอความช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น
ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล นายสุรทินฝากถึงประชาชนว่าขอให้ค่อยเป็นค่อยไป หากมีปัญหาใดให้แจ้งผ่านผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะตนเองซึ่งพร้อมสะท้อนปัญหาไปถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงเนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกัน พร้อมเตือนว่าหากสงครามในเอเชียปะทุขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นกรณีไต้หวัน พม่า หรือกัมพูชา จะส่งผลกระทบต่อไทยอย่างแน่นอน จึงขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมและช่วยกันประหยัด
ด้านข้อเสนอต่อ กกต. สส.สุรทิน ระบุว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปควรเปลี่ยนมาใช้บัตรเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนที่ญี่ปุ่นหรืออินเดียใช้เพื่อแก้ปัญหาบัตรเขย่ง และความโปร่งใสในกระบวนการนับคะแนน โดยเมื่อหมดเวลาเลือกตั้งควรทราบผลได้ทันที ไม่ต้องรอถึง 3 วัน และไม่ควรมีกรณีที่จำนวนบัตรเกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ พร้อมยืนยันว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาอย่างแน่นอน
สำหรับนโยบายหลักที่พรรคจะผลักดัน สส.สุรทิน ระบุว่าจะยื่นญัตติให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสัญชาติไทยได้รับเบี้ยบำนาญเดือนละ 3,000 บาท โดยเสนอให้แบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 750 บาท ทุกวันจันทร์ เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนเลี้ยงชีพได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสิ้นเดือน นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับระบบการจ่ายเงินเดือนข้าราชการและพนักงานเป็นรายสัปดาห์ด้วย โดยใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ ประชาชนจะได้เห็นเงินเข้าบัญชีถึง 52 ครั้ง และรัฐบาลต้องจ่ายเต็มจำนวนโดยไม่มีการหักหนี้หน้าซอง
ในด้านที่ดินทำกิน สส.สุรทิน เรียกร้องให้เร่งจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) และแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับเขตอุทยาน โดยยกตัวอย่างกรณีวังน้ำเขียวที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนอุทยาน จึงไม่ควรไล่ออกแต่ต้องกันเขตให้ชัดเจนหรือถอนฟ้อง
นอกจากนี้ สส.สุรทิน ยังเสนอแนวคิดจัดตั้งองค์การบริหารส่วนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เพื่อยกระดับโครงสร้างการปกครองระดับฐานราก โดยให้ผู้ใหญ่บ้านมีสำนักงานถาวรเป็นหลักแหล่ง มีสภาหมู่บ้านที่มาจากการเลือกของแต่ละคุ้มทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงาน พร้อมกำหนดวาระผู้ใหญ่บ้านให้เป็น 4 ปีเหมือน สส. เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการประเมินผลงานและเลือกกลับมาใหม่หากทำงานดี
“ผมประกาศเสมอว่าต้องเป็นรัฐบาล เพราะคนจนไปเป็นฝ่ายค้านมันเสียโอกาส เป็นรัฐบาลเรายังบอกผู้ว่าฯ บอกผู้การฯ ให้ช่วยดูแลพี่น้องได้ วันเกิดปีนี้ขออวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบารมีรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 ปกป้องพี่น้องคนไทย ให้มีกำลังใจ ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง มั่นใจในรัฐบาล เราจะพาท่านรอดพ้นวิกฤตสงครามและพลังงานไปด้วยกันครับ” สส.สุรทิน กล่าว
ในช่วงท้าย นายรุ่งฟ้า กุลาชัย ศิลปินหมอลำ ซึ่งมาร่วมงานในวันดังกล่าว ได้กล่าวอวยพรในนามตัวแทนศิลปินว่าอยู่ใกล้ชิด สส.สุรทิน มานานและทราบดีว่าท่านรักความยุติธรรม พร้อมแสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดผู้ใหญ่บ้านวาระ 4 ปี โดยระบุว่าหากผลงานดีประชาชนก็จะเลือกต่อเองอยู่แล้ว




