เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2568 พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ พร้อมชูสโลแกน “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้“
โดยเปิดตัว 3 ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โดยแต่ละบุคคลได้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาประเทศในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การบริหารโครงสร้างพื้นฐาน และด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การแสดงวิสัยทัศน์ครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอแนวนโยบายระยะเร่งด่วนและแผนระยะยาวเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีรายละเอียดวิสัยทัศน์และนโยบายสำคัญของแคนดิเดตทั้ง 3 ท่าน ดังนี้
1.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จบการศึกษาระดับปริญญาโท MBA จาก Boston College สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่หลายสมัย และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงประธานกรรมการ ธ.ก.ส.
นโยบายสำคัญ:มุ่งเน้นการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนแบบครบวงจรและการสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ
- นโยบายหวยเกษียณ: ผลักดันให้เกิดขึ้นภายใน 3 เดือน เพื่อเปลี่ยนเงินซื้อสลากเป็นเงินออมสำหรับผู้สูงอายุ
- มาตรการล้างหนี้ 5 กลุ่ม:
1.หนี้นอกระบบ: สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ
2.หนี้เสีย (NPL): สำหรับยอดหนี้ไม่เกิน 200,000 บาท หากชำระ 10% สามารถปิดบัญชีได้ทันที
3.หนี้เกษตรกร: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 ปี (วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท)
4.หนี้ผู้สูงวัย: ดำเนินการปลดหนี้เสียให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน (ยอดไม่เกิน 100,000 บาท)
5.ลูกหนี้ชั้นดี: มาตรการจูงใจ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” (สำหรับยอดหนี้ 100,000 บาท)
- เติมสภาพคล่อง: อัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อฟื้นฟูกำลังซื้อ
2.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จบการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์บริหารงานกระทรวงเศรษฐกิจกว่า 27 ปี เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
นโยบายสำคัญ: เน้นการลงมือทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ (Execution) โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมเพื่อลดค่าครองชีพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
- นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย: ประกาศดำเนินการให้เป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือนหลังจัดตั้งรัฐบาล พร้อมจัดระเบียบ พ.ร.บ.ขนส่งทางราง และเสริมระบบ Feeder ด้วยรถเมล์ปรับอากาศ 10 บาท
- โครงการบ้านเพื่อคนไทย: พัฒนาที่อยู่อาศัยราคาเข้าถึงได้ในทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้า นำร่อง 4 โครงการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชน
- ยกระดับศูนย์กลางการบิน: พัฒนาระบบบริหารจัดการสนามบินสุวรรณภูมิด้วยเทคโนโลยี ลดเวลารอคอยของผู้โดยสาร และเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ ถนน-ราง-น้ำ-อากาศ ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค
3.ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ศาสตราจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเชื่อมต่อสัญญาณสมองกับคอมพิวเตอร์ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกและโท สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจาก University of Texas at Arlington สหรัฐอเมริกา มีผลงานวิจัยและสิทธิบัตรด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสมองจำนวนมาก
นโยบายสำคัญ: มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมนวัตกรรม เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
- ยกระดับภาคเกษตรกรรม: ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) โดยวางเป้าหมายให้ภาคเกษตรมีความสำคัญเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการพัฒนาภาคการผลิตและบริการ
- สร้างฐานการวิจัยรองรับเทคโนโลยี: เตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยเพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ สร้างอุตสาหกรรมคุณภาพสูงภายในประเทศ
- ปฏิรูปกำลังคน (Manpower): ปรับระบบการศึกษาและส่งเสริมการ Re-skill/Up-skill ให้ครอบคลุมถึงผู้สูงอายุ เพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงการใช้รัฐบาลดิจิทัลเพื่อความโปร่งใส
ภายหลังการเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 ท่าน ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการเรียกคะแนนนิยมเนื่องจากถูกมองว่าเป็นหน้าใหม่ในสนามการเมือง รวมถึงประเด็นความเชื่อมโยงกับตระกูลชินวัตร และความเป็นอิสระในการตัดสินใจบริหารประเทศ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ชี้แจงว่า แม้จะเป็นหน้าใหม่ แต่หัวใจสำคัญของการทำงานการเมืองคือการลงพื้นที่พูดคุยและสัมผัสปัญหาจริงของประชาชน โดยเชื่อว่า “ระหว่างทาง” สำคัญกว่าจุดเริ่มต้น หากนำความต้องการของประชาชนมาผสานกับนโยบายพรรค จะสามารถชนะใจประชาชนได้
ส่วนประเด็นเรื่องเครือญาติ ศ.ดร.ยศชนัน มองว่าเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าอุปสรรค โดยเปรียบเปรยว่าตนเหมือนยืนอยู่บนประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานของพรรค
“ผมพยายามจะยกตัวอย่างตัวเองว่า เราอาจจะเป็นคนตัวเล็กๆ บนมือของ ‘ยักษ์ใจดี’ ตัวหนึ่ง ซึ่งผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ ประสบการณ์จากพรรคไทยรักไทย รวมถึงครอบครัวด้วย ทำให้เราสามารถมองเห็นได้ไกลขึ้น” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
พร้อมกันนี้ ยังยืนยันถึงความเป็นอิสระในการบริหารงาน โดยระบุว่าโลกยุคปัจจุบัน “ไม่มีใครเป็นเจ้าของประเทศ” การทำงานจะเป็นลักษณะ Synergistic Government หรือการร่วมมือกันตัดสินใจ แต่ในฐานะผู้นำรัฐบาล ตนมีความมั่นใจในการตัดสินใจด้วยตนเองร่วมกับคณะทำงาน
ในประเด็นนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้กล่าวเสริมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า บริบทการแข่งขันของโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ผู้นำที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
“การเมืองที่ผ่านมาเป็นมิติของการบริหารการเมืองเป็นหลัก แต่โลกยุคนี้เป็นโลกที่ต้องแข่งขันกันด้วย ‘เทคโนโลยี’ ซึ่งแคนดิเดตของพรรคอื่นๆ ไม่มีใครมีความรู้ความสามารถตรงนี้… มิติการเมืองในอดีตผมคิดว่ามันผ่านไปแล้ว มันควรต้องเป็นเรื่องเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย” นายสุริยะ กล่าวเสริม




