นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล หัวหน้าพรรคท้องที่ไทย เบอร์ 14 ประกาศนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง มุ่งเน้นการกระจายอำนาจและยกระดับคุณภาพชีวิตคนท้องถิ่น ชูนโยบายสุดท้าทาย “งานศพไม่เศร้า เขย่าได้” หวังแก้กฎหมายให้การเล่นพนันพื้นบ้านในงานศพเป็นเรื่องถูกกฎหมาย พร้อมดันขึ้นค่าตอบแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และสร้างรายได้ให้เกษตรกร

นายบัญชา เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และนโยบายหลักของพรรค โดยเน้นย้ำถึงความเข้าใจในวิถีชีวิตของคนต่างจังหวัดและรากหญ้า โดยเฉพาะนโยบายที่สร้างความฮือฮาอย่าง “งานศพไม่เศร้า เขย่าได้” ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะผลักดันให้มีการแก้ไข พรบ.การพนัน และกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2458

นายบัญชา กล่าวว่า ต้องการย้ายหมวดการเล่นพนันบางประเภท จากหมวด ก. ให้ไปอยู่หมวด ข. เพื่อให้สามารถขออนุญาตเล่นได้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับการชนวัว, กัดปลา และตีไก่ โดยให้เหตุผลว่า การเล่นไฮโลหรือการละเล่นในงานศพ ถือเป็นวิถีชีวิตของคนชนบทที่แตกต่างจากคนในเมือง
“ในเมืองสวดเสร็จก็ปิดศาลากลับบ้าน แต่ในชนบททุกภาค ชาวบ้านจะอยู่เป็นเพื่อนผี อยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพ การมีวงเล่นทำให้มีการตื่นตัว ช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงแขกตอนตี 4 และยังมีเงินทำบุญช่วยเจ้าภาพ” ทั้งนี้ยืนยันว่าถ้าพรรคท้องที่ไทยมี ส.ส. เข้าไปในสภามากพอ เราจะผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นจริง ไม่ใช่แค่เสนอเล่นๆ หัวหน้าพรรคท้องที่ไทย กล่าว
นอกจากเรื่องวิถีชีวิตแล้ว พรรคท้องที่ไทยยังให้ความสำคัญกับสวัสดิการของผู้นำชุมชน โดยประกาศนโยบายปรับขึ้นเพดานเงินค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้
- กำนัน ปรับเพดานเงินเดือนเป็น 20,000 บาท
- ผู้ใหญ่บ้าน ปรับเป็น 15,000 บาท
- แพทย์ประจำตำบล, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสารวัตรกำนัน ปรับเป็น 10,000 บาท
- ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ต้องมีค่าตอบแทนอย่างน้อย 1,000 – 2,000 บาท รวมถึงสวัสดิการให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านและ อส.
พร้อมกันนี้ ยังเสนอยกเลิกมาตรา 4 ของ พรบ.เทศบาล เพื่อปลดล็อกให้เทศบาลทั่วประเทศสามารถยกฐานะเป็น “เทศบาลเมือง” ได้ง่ายขึ้น ลดความกังวลใจในการบริหารงานของท้องถิ่น
แก้จนเกษตรกรด้วย “โครงการชะลอการขาย” ในส่วนของปากท้องเกษตรกร นายบัญชาระบุว่า พรรคมีนโยบายสร้างความร่ำรวยให้เกษตรกรทุกสาขาอาชีพผ่าน “โครงการชะลอการขาย” ซึ่งจะช่วยสร้างฐานรากของประเทศให้เข้มแข็ง ให้เกษตรกรมีกินมีใช้จากอาชีพของตนเอง
นายบัญชาได้ส่งสารถึงเครือข่ายกำนันและผู้ใหญ่บ้านครอบคลุม 75,032 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยขอแรงผนึกกำลังสนับสนุนเพียงหมู่บ้านละ 50 คะแนน ซึ่งหากเป็นไปตามยุทธศาสตร์นี้ จะส่งผลให้พรรคท้องที่ไทยมีตัวแทน ส.ส. เข้าสู่สภาได้ถึง 10 คน และมีเสียงเพียงพอที่จะผลักดันนโยบายแก้กฎ




